





![]() | Today | 30 |
![]() | Yesterday | 37 |
![]() | This week | 30 |
![]() | Last week | 864 |
![]() | This month | 224 |
![]() | Last month | 2890 |
![]() | All days | 9031 |
We have: 1 guests online
Your IP: : 38.107.191.117
,
Today: กันยายน 05, 2010
Your IP: : 38.107.191.117
,
Today: กันยายน 05, 2010
| Designed by: |
| ประวัติวัดสุทธาวาส |
|
|
|
| เขียนโดย Rawatta |
| วันพุธที่ 21 เมษายน 2010 เวลา 10:47 น. |
ประวัติวัดสุทธาวาสตำบลบางครก อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรีวัดสุทธาวาสเดิมชื่อ วัดใหม่ช่องลม ตั้งขึ้นเมื่อใด สมัยใดไม่ปรากฏเพราะไม่มีประวัติเป็นลายลักษณ์อักษรรวบรวมไว้ ทราบจากผู้มีอายุในถิ่นนี้ว่า ชาวบ้านได้ช่วยกันสร้างขึ้นใหม่ จึงเรียกว่า วัดใหม่สะอาด เนื้อที่วัดแต่เดิม ทิศใต้ยาว๔๐ วา ๒ ศอก ทิศเหนือยาว ๓๙ วา ทิศตะวันออก กว้าง ๓๗ วา ๑ คืบ ทิศตะวันตกติดแม่น้ำเพชรบุรี กว้างเท่าทิศตะวันออก แต่เดิมที่ตรงนี้อยู่ในเขตตำบลคลองกระแชง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ภายหลังแบ่งเขตใหม่มาอยู่ในพื้นที่ของตำบลบางครก อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เขตแดนของวัดภายหลังขยายเข้าไปทางฝั่งตะวันตกอีก เนื่องด้วยมีผู้ศรัทธาถวายที่ดินให้ ในสมัยพระอธิการแดงดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ผู้ถวายชื่อ นายถนอม มณีน้อย ที่ดินที่ นายถนอม มณีน้อยถวาย เป็นที่ดินต่อเชื่อมกับที่ดินทรัพย์สิน ที่ทรัพย์สินอยู่ฝั่งตะวันตกเยื้องไปทางเหนือเป็นสถานที่ตั้งพลับพลารับเสด็จที่ประทับในรัชกาลที่ ๔ ถึงรัชกาลที่ ๖ ต่อมากลายเป็นที่รกร้าง ทราบว่าแต่เดิมมีผู้ดำริจะสร้างวัดไว้ตรงนี้ แต่เห็นว่าคับแคบและเกรงว่าเป็นที่ทรัพย์สินแผ่นดินหลวง จึงย้ายมาสร้างไว้ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเพชรบุรี จนถึงปัจจุบัน ส่วนที่รกร้างที่เคยสร้างพลับพลารับเสด็จนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสมัยนั้นชื่อ นายเกษม ศรีพยัคฆ์ ได้มีโครงการสร้างเขื่อนกั้นน้ำในบริเวณใกล้ ๆ กันนี้ ได้จ้างชาวบ้านขุดดินในบริเวณใกล้ ๆ แอ่งน้ำ ปรากฏว่า ได้พบซากเรือลำใหญ่ ทราบว่าเป็นเรือชะล่า มีลูกปืนใหญ่ด้วย พบทองแดงหุ้มกงเรือ ชาวบ้านได้เก็บกันมาคนละมากบ้างน้อยบ้าง พระอธิการแดงได้ขอทองแดงจากชาวบ้าน แล้วรวบรวมไปหล่อเป็นพระรูปปางนั่งสมาธิหน้าตกกว้าง ๒๙ นิ้ว สูง ๓๙ นิ้ว ทั้งฐาน และพระพุทธรูปองค์นี้ชาวบ้านใกล้เคียงนับถือมาก ลือกันว่าศักดิ์สิทธิ์มากกล่าวกันว่า มีเทวดารักษา ชื่อทับทอง เป็นนายเรือของเรือที่ขุดพบเป็นห่วงสมบัติในเรือนั้น เมื่อนำทองแดงในเรือมาหล่อเป็นพระพุทธรูป จึงตามมารักษา ชาวบ้านก็เลยเรียกว่า หลวงพ่อทับทองเจ้าอาวาสของวัดนี้มีดังนี้๑.พระอธิการชื่น จนฺทโชโต หรือชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงปู่ชื่น สมภารผู้นี้มีผู้เคารพนับถือมาก เพระเป็นหมอแผนโบราณที่ศักดิ์สิทธิ์ จนมีผู้กล่าวขวัญว่า หมอ เทวดา ทั้งยังเป็นผู้มีวิทยาคมแก่กล้าอีกด้วย ในด้านศาสนูปถัมภ์ หรือที่เรียกว่า บูรณะซ่อมแซม ก่อสร้าง ซึ่งเรียกตาม รูปศัพท์ว่า สาธารณูปการ ในราว พ.ศ. ๒๔๑๑ สร้างศาลา การเปรียญทรงไทย เสาไม้แก่น พื้นกระดาน มุงกระเบื้อง ๑ หลัง สร้างสะพานไม้ข้ามแม่น้ำเพชรบุรี ปัจจุบันพังไปหมดแล้ว สร้างกุฏิ ๑๐ หลัง พร้อมทั้งหอระฆัง มีชาวบ้านมาถืออุโบสถเป็นประจำ พ.ศ. ๒๔๕๗ ท่านได้ซ่อมแซมโบสถ์ขึ้นเป็นทรงไทย ก่ออิฐถือปูน มุงกระเบื้อง ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์๒.พระอธิการแดง ธมฺมสโร สมภารรูปนี้ ได้เปลี่ยนแปลงกุฏิให้เป็นระเบียบเรียบร้อยราว ๖ หลัง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๖ สร้างหอไตร หรือสถานที่เก็บพระไตรปิฎก ๑ หลัง โดยมีนางสาวช้วน และอิ้ม เครือพานิชเป็นเจ้าภาพ พ.ศ. ๒๔๘๐ สร้างกำแพงรอบวัด สร้างกำแพงรอบโบสถ์ สร้างโรงเรียนสำหรับเด็ก ๑ หลัง มี ๔ ห้องเรียน สร้างศาลาท่าน้ำอีก ๒ หลัง ทราบว่าในการก่อสร้างหอไตรและอื่น ๆ ท่านเป็นผู้ลงมือทำเองเพราะเป็นช่างไม้ฝีมือดี เป็นนายช่างแกะสลักด้วย พ.ศ. ๒๔๘๓ สร้างสะพานข้ามแม่น้ำเพชรบุรี แ ทนสะพานเก่าที่พังไป เป็นสะพานคอนกรีต ถือปูนเสริมเหล็กแข้งแรง อุปกรณ์การก่อสร้างสะพานในส่วนที่เป็นหิน ได้รับความเมตตาจากอดีตเจ้าอาวาสวัดเขาตะเครา ชาวบ้านได้มีวิริยะอุตสาหะไปขนหินจากวัดเขาตะเครา ชาวบ้านใหม่ หรือเรียกกันว่า ชาวบ้านใหม่ บ้านกุ่ม ได้ร่วมมือร่วมใจกันสร้างสะพานจนสำเร็จ สมัยมีการฉลองสะพาน สมเด็จพระสังฆราชสกลมมหาสังฆปริปรินายก (จวน อุฏฐายี สมบัตศิริ ) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมณศักดิ์เป็น พระเทพเวที และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะวัดผู้ตรวจการมลฑลคณะสงฆ์ เดิมมีรกรากหรือญาติอยู่ในหมู่บ้านนี้ ได้มางานฉลองสะพานและได้ตั้งชื่อวัดใหม่ จากวัดใหม่สะอาด มาเป็น วัดสุทธาวาส โดยอาศัยความหมายของชื่อเดิมว่า “สะอาด” มาเป็น “สุทธาวาส” หรือสุทธิ แปลว่า บริสุทธิ์ สะอาด เหมือนกัน สุทธิ แปลว่า บริสุทธิ์ อาวาส หรือ วาส แปลว่าที่อยู่ ฉะนั้น คำว่า สุทธาวาส จึง แปลว่า เป็นที่อยู่ของผู้บริสุทธิ์๓. พระอธิการปุ๋ย จนฺทสโร สมภารรูปนี้ได้เปลี่ยนแปลงกุฏิขึ้นอีก ๒ หลัง ราว ๑๐ ห้อง เป็น ๒ ชั้น สร้างโรงครัวอีก ๑ หลัง ทางด้านทิศตะวันตกของวัดริมแม่น้ำเพชรบุรี พ.ศ. ๑๕๑๖ สร้างเตาเผาศพ หรือ ฌาปนสถาน พ.ศ. ๒๕๒๓ สร้างศาลา เขื่อน กับเตาเผา และได้แบ่งที่ดินของวัดให้สร้างโรงเรียน เป็นเนื้อที่ ๓ ไร่ ๒ งาน สร้างเขื่อนกันน้ำเซาะหน้าวัด สมภารองค์นี้ ปฏิปทาของท่านหนักไปในทางปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน๔. พระอธิการสวัสดิ์ จนฺทาโภ ได้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ได้รื้อหอไตรที่สร้างไว้ในสมัยเจ้าอาวาสรูปที่ ๒ หอไตรนี้เป็นปูชนียะวัตถุที่สวยงาม เป็นจุดเด่นของวัด เมื่อถูกรื้อออกไปจึงทำให้ชาวบ้านเสียดายและเสียใจมาก ที่สูญเสียหอไตรหลังนี้ไป พระอธิการสวัสดิ์ได้สร้างหอฉันทับแทนหอไตรที่รื้อไป แต่ไม่สำเร็จ อยู่ได้ ๓ พรรษาก็ลาออกจาก ตำแหน่งเจ้าอาวาสไป๕. ต่อมาในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ พระครูวชิรกิจโสภณ เจ้าคณะอำเภอบ้านแหลม ได้แต่งตั้ง พระมนัส ฐิตธมฺโม ซึ่งเป็นพระในสังกัดวัดเขาตะเครา มารักษาการแทนเจ้าอาวาส ในระหว่างที่ทำการแทนเจ้าอาวาสอยู่ คณะกรรมการวัดสุทธาวาส ได้จัดสร้างหอฉันต่อจากพระอธิการสวัสดิ์ที่สร้างฐานไว้จนสำเร็จ และเมื่อดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ปี พ.ศ. ๒๕๒๙ แล้ว ดังมีผลงานดังนี้๑. พ.ศ. ๒๕๒๙ สร้างหอฉันขนาดกว้าง ๖ คูณ ๒๑ จำนวน ๑ หลัง๒. พ.ศ. ๒๕๓๐ บูรณะอุโบสถ๓. พ.ศ. ๒๕๓๕ สร้างกุฏิหลังใหม่ จำนวน ๑ หลัง๔. พ.ศ. ๒๕๓๖ ซ่อมแซมกุฏิสงฆ์ จำนวน ๒ หลัง๕. พ.ศ. ๒๕๓๗ สร้างอาคารศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดสุทธาวาส และเปิดศูนย์ ปี พ.ศ. ๑๕๒๗๖. พ.ศ. ๒๕๓๙ สร้างศาลาท่าน้ำทดแทนศาลาหลังเก่าที่ชำรุดทรุดโทรม สำหรับสร้างวัตถุถาวร พระครูวิมลวชิรกิจ ได้มอบหมายให้คณะสงฆ์และคณะกรรมการวัด ประชุมปรึกษากำหนดการก่อสร้าง ปรับปรุง และพัฒนาตามสภาพการณ์ความจำเป็น พระคุณท่านได้มามุ่งเน้นส่งเสริมการปฏิบัติธรรม และพระธรรมวินัย และอนุรักษ์ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมไทย จึงได้กำหนดงานโครงการถือเป็นประเพณีปฏิบัติ ประจำปี ดังนี้๑. โครงการบวชเนกขัมมจาริณี เนื่องในวันอัฏฐมีบูชา โดยเป็นการอบรมให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักธรรมในทางพุทธศาสนา ละเน้นหนักไปในด้านพัฒนาจิตใจ โดยการเจริญจิตภาวนา ตามหลักสติปัฏฐาน ๔ เป็นจำนวน ๗ วัน๒. โครงการบวชสามเณรภาคฤดูร้อน ระหว่างวันที่ ๖-๒๖ เมษายน ของทุกปี๓. โครงการอนุรักษ์พันธ์ปลาหน้าวัด เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฉลองสิริราชสมบัติ ครบ ๕๐ พรรษา๔. โครงการจัดตั้งกองทุนเพื่อการศึกษา๕. โครงการประพฤติวุฏฐานวิธี (อยู่ปริวาสกรรม) หลังออกพรรษาแล้ว ๓ วัน (แรม ๓ ค่ำ เดือน ๑๑) ของทุกปี๖. ส่งพระภิกษุออกไปสอนจริยธรรม ตามโรงเรียนต่างๆ เช่น โรงเรียนวชิรธรรมโศภิต โรงเรียนวัดปากคลอง โรงเรียนวัดบางลำภู โรงเรียนบ้านทุ่งเฟื้อ เป็นต้น--------------------------------- |
ประวัติวัดสุทธาวาส








